ไม่ได้อัพเอนทรี่มาหลายปี กว่าจะหาเรื่องมาเล่ากันได้ คราวนี้ขอเสนอ เรื่องจริง
จากประสบการณ์จริง เล่นจริง เจ็บจริงไม่ได้ใช้ stand in แบบสดๆร้อนๆ
คือการซื้อกีต้าร์ก่อนจะไปเลือกซื้อขอเม้าท์มอยเรื่องประเภทของกีต้าร์
และหน้าตากันคร่าวๆก่อน

ประเภทของกีต้าร์แบ่งง่ายๆ มี 2 ประเภท อันได้แก่
 
1.กีต้าร์โฟลค์ - หน้าตาประมาณนี้ คอเล็กๆ ใช้สายโลหะในการเล่น
มีตั้งแต่ทองแดงยันแพลทตินัม ไม่แน่ใจว่ามีทำจาก โฮริฮารูกอน ไหม
เล่นได้ทุกแนวล่ะ แล้วแต่เทคนิคแต่ละท่าน
credit รูปจาก http://www.takamine.com/guitars/g_series_nex/eg460sc


2.กีตาร์คลาสสิก - หน้าตาประมาณนี้ คอกว้างๆ ใส่สายเอ็นในการเล่น ที่คอกว้างเพราะมักใช้เทคนิค finger style ในการเล่นมากกว่า เพราะคอกว้างสะดวกในการเล่นโน๊ตแต่ละตัวมากกว่า
credit รูปจาก http://www.learners.in.th/media/files/280951


เรื่อง "เลือกซื้อกีต้าร์ตามร้านทั่วไป"
(อย่างงไป ก็จั่วบอกแล้วบล็อกนี้ไม่มีแนวนึกคนเขียนอยากเขียนอะไรก็เขียน)
เรื่องราวมันเริ่มขึ้นมาจากว่า เห็ดแว่วอยากได้กีต้าร์ตัวใหม่ เพิ่มมาจากตัวเดิมที่ยังดีอยู่ ซึ่งบรรดาเพื่อนฝูงก็ทัดทาน แลบอกว่า "ลื้อมีมือสองมือ เล่นกีต้าร์ได้ทีละตัว จะซื้อมาทำซากอะไรวะ" เลยตอบไปสั้นๆ "ก็อยากได้อ่ะ" ดังนั้นเมื่อร่ำร้องอยากได้ ก็ต้องเก็บเงิน หยอดวันละสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท เมื่อเห็นว่าได้เงินพอสมควรแล้ว สิ่งที่ควรทำมีดังนี้

1.กรณีที่ไม่มีความรู้เลย พึงคบหาคนที่เล่นกีต้าร์เป็น แล้วจง ชักจูง ล่อลวง ขอร้อง ขู่เข็ญ บังคับ ทำยังไงก็ได้ให้มาช่วยเราเลือกครับ คนที่เล่นเป็นจะมีหูที่พอจะฟังได้ว่าเสียงดีไม่ดีอย่างไร มีมาตรฐานไหม ถ้าได้คนที่เรียนสายเอกดนตรี ดุริยางคศิลป์ หรือ อาจารย์สอนดนตรี มาด้วยจะดีมากๆ

2.ดูกีต้าร์รุ่นที่อยากได้ คนที่ไม่เคยเล่นก็ต้องเริ่มจากหน้าตาเนี่ย ถ้าใกล้ร้าน ไปเดินดูเดินลองเลยครับ เอามาจับๆ ดีดๆ ชอบไหม ร้านไหนไม่ให้ลองอย่าไปซื้อมัน ของที่ลองไม่ได้มี เปอร์เซ็นจะมีตำหนิสูงโพดๆครับ (คตินี้ไม่เฉพาะกีต้าร์ ทุกอย่างที่มีวางจำหน่ายบนโลก) ถ้าอยู่ไกลก็ต้องดูทางเน็ตนี่ล่ะครับ

3.ถ้าเป็นไปได้กรุณาพกที่เทียบเสียงไปด้วย เพราะกีต้าร์ที่ร้านส่วนมากมักตั้งเสียงไว้ "ไม่ตรง" E B G D A E ด้งนั้นสิ่งแรกก่อนที่จะซื้อตัวที่เลือกคือ ตั้งเสียงให้ตรงก่อนจะเล่น

4.ดูราคาว่าเงินในมือน่ะพอไหม ซึ่งสามารถหาดูได้จากการเดินตามร้านขายเครื่องดนตรี หรือ ทางอินเตอร์เน็ต ที่บอกเช่นนี้เพราะคนที่อ่านบล็อกนี้คงมีอินเตอร์เน็ตกันทุกคนแหละ

ไม่งั้นคงอ่านไม่ได้ ราคาทางอินเตอร์เน็ตเป็นราคากลางๆค่อนไปทางสูง ส่วนราคาหน้าร้านคือราคาขายจริงอาจต่อรองได้นิดหน่อย ในกรณ๊ที่เป็นร้านทั่วไปที่ไม่ได้อยู่บนห้าง สามารถทำให้เราประเมินงบประมาณในการซื้อได้อย่างไม่ยาก

5.วงการนี้ของถูกมักไม่ใช่ของดี ของดีไม่เคยถูก แต่"มีวันลดราคา"  ถ้าคุณพิ่งจะหัดเล่น ไม่มีความรู้หรือทักษะทางดนตรีเลย พึงพยายามซื้อของมียี่ห้อกับร้านตามห้างเข้าไว้ มันช่วย

คุณได้เพราะของที่ออกจากโรงงานที่มียี่ห้อก็จะมีมาตรฐานในระดับหนึ่ง (ตามราคาที่จ่ายไปนั่นแหละ) หรือ อย่างน้อยก็สามารถเคลมของคืนได้ ในกรณีที่มีปัญหาทำให้เงินของคุณไม่สูญไปอย่างไร้ค่า

6.จ่ายเงิน แล้วเอากลับมาเล่นทุกวันวันละชั่วโมงเดี๋ยวก็เก่งเอง

เนื่องด้วยบล็อกนี้ไม่เน้นขายของ แต่เราจะมี bias กันเล็กน้อยว่า เจ้าของblog ใช้ yamaha F-series กับ Takamine G-series
 
 

edit @ 10 Jan 2012 11:30:49 by เห็ดแว่ว

edit @ 10 Jan 2012 11:31:54 by เห็ดแว่ว

edit @ 10 Jan 2012 11:33:11 by เห็ดแว่ว

edit @ 10 Jan 2012 11:34:30 by เห็ดแว่ว

edit @ 10 Jan 2012 12:44:01 by เห็ดแว่ว

    ปีนี้ได้พอจะมีเวลาว่างไปงานภูเขาทอง ก่อนวันลอยกระทง สองวันดีใจมาก เพราะถ้าไปวันลอยกระทงก็คงจะต้องพบกับคลื่นมหาชน ที่หลั่งไหลมาอย่างเนืองแน่น(มากถึงมากที่สุด) จนไม่สามารถเดินได้ต้องไหลไปตามกระแสคลื่นคน และอย่าได้คิดทวนคลื่นถ้าไม่เจ๋งพออาจจะได้นอนวัดเท้าอยู่แถวนั้นก็ได้

    เนื่องจากกว่าจะเลิกงานก็ดึกพอสมควรแล้ว(ประมาณสี่ทุ่มนิดหน่อย) ก็รีบเผ่นไปทันทีเพราะกลัวจะไม่ได้ขึ้นไปบนบรรมบรรพต (ชื่อ อย่างเป็นทางการของภูเขาทอง) ปีนี้ได้มีโอกาสมาคนเดียวทำให้ไม่ต้องพะวงว่าคนที่มาด้วยจะหายหรือต้องมารอ กัน(เพราะไม่มีใครให้รอแล้ว T_T โสดอีกแล้ว แอบเศร้านิดนึง) เลยทำให้สามารถเดินได้เต็มที่

 

 รูปทางเดินเข้าวัด (๒๒:๕๖ น) นี่คนไม่เยอะนะ วันลอยกระทงเยอะกว่านี่อีก

    ระหว่างทางจะมีของกินของเล่นล่อหลอกให้เราซื้ออยู่ระหว่างทามากมาย ขอแนะว่าให้ทานแบบเบาๆไว้บ้าง เพราะทางข้างหน้ายังมีของกินอีกมากมายนัก งานนี้ไม่ได้ค่าโฆษณานะ รูปไหนที่พอชัดก็เอาลงจ้า เพราะกล้องมันหลายปีแล้ว sony H-1 จ้า

 

   ข้าวโพดคั่ว หมูย่าง ฯลฯ จ้า จริงๆมีอาหารอีกหลายอย่างมากๆเลย

เรื่องกินพกเงินมาสองร้อยนี่ก็อิ่มแล้ว แบบว่าไข่ปลาหมึกทอด+โป้งเหน่ง+ไส้กรอก+ขนมเบื้องญวน=๗๐บาท จุกมากๆ นอกจากนี้ยังมีร้านรวงอีกมากมายล่อตาล่อใจยิ่งนัก

 ปาเป้าชิงรางวัล

บ้านผีสิง เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน

 เมื่อมาวัด ไอ้ครั้นจะไม่ทำบุญเลยก็จะยังไงๆอยู่เลยก็ต้องมีการทำบุญ ไหว้พระกัน พอเป็นพิธีตามประสาคนบ้านเรา 

 หลวงพ่อโต ที่พวงๆนั่นธนาบัตรนะ ใช้หนี้ได้ตามกฎหมาย เอามาทำบุญ เห็นศรัทธากันแล้วดีใจ

 

พระพุทธบาทติดมือบุญนิดนึง

พอไหว้พระข้างล่างแล้วก็ต้องขึ้นข้างบนบ้าง บนภูเขาทองนี้ถ้าใครชอบถ่ายรูปแบบพานอรามาแล้ว ขอให้มาเถิด รับรองว่าได้มุมสวยๆเยอะ วันที่ไปนี้ต้นหน้าหนาวพอดีอากาศกำลังสบายเดินไม่เหนื่อยแต่ก็คนเยอะทำให้รอนานอยู่เหมือนกัน

ต้องรอคิวขึ้นบนยอดนิดนึง นี่ขนาดมาวันคนน้อยๆนะเนี่ย รอเมื่อยเหมือนกัน ประมาณ ยี่สิบนาทีได้

 ขึ้นมา็จะเจอยอดภูเขาทอง ก็กราบงามๆถวายพระบรมสารีริกธาตุ เป็นกุศลแก่เรา ชาติหน้าขอให้ได้มีโอกาส ทำบุญ ฟังธรรม พบคนดี เกิดในที่ดี ให้ได้เจอคนดีๆ ฯลฯ ทำบุญไปร้อยนึงขอไปสักสามล้านเห็นจะได้

 

หลวงพี่ท่านคอยพรมน้ำมนต์ให้พรแก่ผู้ที่ขึ้นมา

 

เห็นพระปรางค์วัดอรุณอยู่ลิบๆนี่ขนาดซูมสิบสองเท่านะเนี่ย ครอปด้วยแหละ

ไหว้พระแล้วก็ลงมาให้คนอื่นเค้าขึ้นไปกันบ้าง ในช่วงงานภูเขาทองนี้ทางขึ้นจะปิดประมาณตีหนึ่ง ท่านใดที่ไปช้ากว่านี้ก็มาใหม่วันรุ่งขึ้นเน้อ

 เสร็จจากไหว้พระแล้วก็ตะลุยงานวัดต่อ ชิงช้าสวรรค์(ไม่ได้ขึ้น)

ตู้ดูดวง เสี่ยงเซียมซีมาดีแล้วเลยไม่ดูเดี๋ยวเสียอารมณ์

ยิงเป้า ชอบอีหมีทางขวามากๆยิงโดนแล้วจะกระโดดมันมากๆ ยังคิดอยู่เลยว่า ข้างในมันหุ่นหรือคนเนี่ย

 เที่ยวจนตีหนึ่งกลับบ้าน สรุปงบรายจ่ายใช้ไปในงาน ไม่รวมค่ารถไปกลับ กินอย่างเดียวไปหนึ่งร้อยห้าบาท ทำบุญไปร้อยเศษๆไม่ได้นับควักเหรียญในกระเป๋าได้เท่าไหร่ใส่หมดป๋ามากๆ(เรียนบัญชีมายังไงเนี่ย) เอาเป็นว่างานนี้ไม่เกินสามร้อยแล้วกัน ถูกกว่าไปเที่ยวห้างดูหนังเยอะเลย แถมได้บุญ อิ่มใจต่างหาก  รีบๆไปกันนะจ๊ะ ปีนึงมีแค่อาทิตย์เดียวจ้า

 ปล.ปีนี้ไม่เห็นสาวน้อยตกน้ำอ่ะ เราเดินยังไม่ทั่ว หรือเพราะอากาศหนาวกันนะ

Scientific Calculators ....

posted on 10 Oct 2008 16:33 by vaail14

 ก็คิดมานานมากแล้วว่าจะเริ่มเขียนเรื่องอะไรเป็นเรื่องแรกดี จะเขียนๆอยู่นานมาก (สมัครไว้ได้จะปีแล้วมั้ง) วันนี้นั่งจิ้มเครื่องคิดเลขอยู่เลย เออเนอะ ใช้พวกมันมาสิบปีกว่าได้แล้วมั้งเขียนถึงมันบ้างดีกว่า มันจะได้ทำงานให้เราได้ต่อไปไม่ก่อกบฎ ขัดใจเรา เวลาใช้งานมันมากๆ

 

Scientific Calculator คืออะไร 

 

ชื่อมันก็บอกแล้วว่ามันคือเครื่องคิดเลข( calculator) มันก็คือเครื่องที่เราเอาไว้ใช้คิดเลข (กำปั้นทุบดินดีไหม) เมื่อมีคำว่า scientific เติมเข้ามา ก็แปลตรงตัวง่ายๆว่าเครื่องคิดเลขทางวิทยาศาสตร์ หลายคนก็คงสงสัยว่าแล้วมันต่างกับไอ้เครื่องละสามสิบบาทที่ขายแถวอนุสาวรีย์ฯ ยังไงทำไมต้องไปดั้นด้นหากันมาใช้ด้วยเล่าราคาก็ไม่ถูกเลยด้วย

ดังนั้นจะขออธิบายคร่าวๆถึงเครื่องคิดเลขแบบต่างๆพอสังเขปก่อนเป็นการเกริ่นนำนะจ๊ะ

เครื่องคิดเลขโดยทั่วไปตามเว็บไซต์ผู้ผลิตมักจะแบ่งชนชั้นวรรณะกันตามนี้

แบบแรก เครื่องคิดเลขปกติทั่วไป ก็จะมีบวก ลบ คูณ หาร เปอร์เซ็นต์ ที่ดีขั้นมาหน่อยก็จะสามารถเม็มโมรี่ผลลัพธ์ เก็บค่า( M+, M-)

 

 

 

รูปเครื่องคิดเลขทั่วไปแบบบ้านๆ

แบบต่อมา ที่พัฒนาขึ้นไปอีกก็จะเริ่มปัดทศนิยมให้เราได้จะเป็นสองหรือสี่ตำแหน่ง ก็ว่ากันไป ถ้าดูดี มีชาติตระกูลหน่อยก็สามารถกำหนดได้ด้วยว่าจะปัดขึ้นหรือลง (แบบว่า เกินจุดห้าตูก็ไม่สน จะปัดลงใครจะทำไม)

 

 

 

เครื่องคิดเลขที่่มันฉลาดปัดเลขทศนิยมได้แล้ว

 

 ทีนี้ก็จะมาถึงเครื่องคิดเลขระดับสูงขึ้นไปอีก คือเครื่องคิดเลขที่เป็บแบบเฉพาะทาง ซึ่งไอ้สายการเรียนที่มันมีตัวเลขเยอะๆ สูตรการคิดหลายแบบ ก็จะแบ่งเป็นสองสายคือ การเงินการบัญชี( Financial and Accounting) กับ สายคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์(Math & Science) สายอื่นๆ อาจจะใช้เยอะแต่พื้นฐานมันมาจากสองสายนี้เป็นหลักนั่นแล

ดังนั้นคนที่ไม่ได้เรียนมาทางสองสายนี้หรือไม่มีคนเกี่ี่ยวข้องเช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติ เพื่อน แฟน แฟนเพื่อน เพื่อนแฟน แฟนของแฟนเพื่อน คนรู้จัก แฟนของคนรู้จัก ฯลฯ มาเรียนสองสายนี้จึงไม่ค่อยได้พบพานเครื่องคิดเลขเฉพาะทางนี้เท่าไร

เครื่องคิดเลขสายการเงินและการบัญชี

ผมขออนุญาตยังไม่กล่าวถึงมากนัก เพราะ แค่เพียงเคยเห็นมาบ้าง และได้ลองกดๆเล่นอยู่ สอง-สามทีเท่านั้น ไม่เคยใช้แบบเป็นกิจจะลักษณะมาก่อน แม้ว่าปัจจุบันจะนั่งเรียนบัญชีอยู่ก็ไม่ได้ใช้เท่าไรนัก คาดว่าถ้าไปเรียนปริญญาโทแล้วเงินเหลืออาจจะซื้อมาลองเล่นดูเหมือนกัน

 

 เอารูปไปดูเล่นก่อนแล้วกัันเครื่องคิดเลขทางการเงิน(financial calculator)

 

เครื่องคิดเลขสายคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์

 จะว่าไปจริงๆแล้ว วิทยาศาสตร์นั้นตัวทฤษฏีมันไม่ค่อยมีตัวเลขเท่าไหร่หรอก (จริงๆยังไม่เคยเห็นตัวเลขในทฤษฎีบทใดๆเลยด้วยซ้ำ) แต่เพื่อให้เห็นภาพทฤษฎีชัดขึ้น มันดันต้องใช้คณิตศาสตร์และสมการในการอธิบายปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์และความสัมพันธ์ในแบบต่างๆ (ดังนั้นหากคิดจะอยู่รุ่งเรืองในสายวิทย์ก็ต้องคิดเลขให้เป็นนะคะ) เพื่อจะได้นำค่าที่ได้ไปใช้ต่อไปดังนั้น คณิตศาสตร์จึงต้องอยู่คู่กับวิทยาศาสตร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ค่าที่คำนวนออกมาได้นั้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสาขาอื่นๆได้อีกมากมายเช่น วิศวกรรม, เภสัชกรรม, แพทย์, การทหาร ฯลฯ

 แต่ไอ้การจะมานั่งเอากระดาษมาทดเลขเป็นหน้าๆเพื่อหาปริมาตรบ่อน้ำห้าสิบบ่อต่อเชื่อมถึงกัน กว้างยาวสูงไม่เท่ากัน เพื่อหาอัตราส่วนการใส่สารละลายต่อปริมาตรของน้ำในบ่อให้มีความเข้มข้นยี่สิบสามจุดเจ็ดสามแปดห้าโมลล่าแล้ววัดอัตราการเจริญของจุลินทรีย์ในบ่อเพื่อนำมาพล็อตกราฟเพื่อวิเคราะห์ผลของแสงที่มีต่อจุลินทรีย์ในแต่ละบ่อ ก็ดูจะเสียเวลาไม่ใช่น้อย ดังนั้นเพื่อความรวดเร็วในการคำนวน จึงจำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขทางวิทยาศาสตร์ออกมาให้ใช้กันนั่นเอง

แล้วไอ้เครื่องคิดเลขที่ว่าเนี่ย มันทำอะไรได้บ้าง 

มันก็แล้วแต่รุ่นและราคาละนะ เหมือนโทรศัพท์มือถือนั่นแหละ จะเอาให้ nokia 3310 รุ่นโคตรอึด มาทำให้เพิ่มเมมได้มันก็ยากอยู่ฉันใด จะให้ไอ้รุ่นพื้นๆถูกๆจะให้มาคิดเลขยากๆได้มันก็ลำบากฉันนั้น

โดยการใช้ตามปกติที่ทั่วไปเค้าใช้กันก็คือการคำนวนเลขนั่นแหละ ฟังก์ชั่นเบื้องต้นที่ควรจะมีในเครื่อง Scientific Calculators หนึ่งเครื่องควรจะมีดังนี้ ได้แก่

basic calculation - คิดเลขพื้นๆทั่วไป ถ้าทำไม่ได้จะซื้อมาทำซากอะไรเนี่ย เครื่องคิดเลขห้าสิบบาทเสาวรีย์คิดอะไรได้ไอ้เครื่่องนี้ มันก็คิดได้และถูกต้องมากกว่า 3x4=12, 1+2=3 ,2+(3x4)=14 ฯลฯ

memory calculation - การคิดเลขแบบบันทึกค่า ทดค่าไว้ในเครื่องแล้วค่อยเอาไปบวก ลบ อ้า มันเอาไปคูณและหารได้ด้วยนะ

Percentage calculation - คิดเปอร์เซ็นต์นั่นแหละ

Fraction - คิดเลขเศษส่วน

Trigonometric & Inverse trigonometric - ตรีโกณมิติ sin, cos, tan-1 ฯลฯ

Hyperbolic & Inverse hyperbolic - ไม่รู้จะแปลเป็นไทยยังเอาเป็นว่าพวก sinh, cosh-1 ฯลฯ

Logarithmic - หัวข้อนี้ก็ไม่รู้จะแปลไทยอย่างไร อันนี้เอาไว้คิดค่า Log และ Natural Log ( ln นั่นแหละ)

Power, Root, Factorial -เลขยกกำลัง กะ แฟคตอเรียล(!)

Fix & Eng - การปัดเลขทศนิยม

Standard Deviation - ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

Regression - การถดถอย (ใครเค้าเป็นคนบัญญัติศัพท์นี้เนี่ย คิดได้ไงอ่ะ การถดถอย)

Conversion - การแปลงค่าต่างๆเช่น เลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบ, Polar--->Rectangular ฯลฯ

นี่คือพวกฟังก์ชั่นทั่วๆไป ราคารวมถ่านไม่น่าจะเกิน แปดร้อยบาทถ้วน บางร้านอาจต่อรองได้ ขึ้นกับความสามารถในการต่อรอง (ราคาจริงๆบางรุ่น เครื่องละสามสี่ร้อยบาทเอง) 

 

 

 scientific calculatorรุ่นทั่วไป

แบบต่อมารุ่นไม่ทั่วไปคือรุ่นที่ทำได้มากกว่าเด็กนักเรียนทั่วไปต้องการ (จะขอเหมารวมเป็นรุ่นไม่ทั่วไปทั้งหมดนะ)

เนื่องด้วย บางที บางวันในชีวิต รุ่นทั่วๆไปมันไม่สามารถทำงานได้พอเพียงกับความต้องการที่มีมากขึ้นในชีวิตประจำวันอันเร่งรีบของท่าน  เช่น เมื่อได้ค่ามาก็อยากรู้ว่าเอาไปเขียนกราฟแล้วเป็นอย่างไร หรือ วันนี้ฝนตกไปไหนไม่ได้ นั่งคิด metrixเพื่อหาค่าความเข้มสี หรือ ต้อง solve สมการหลายตัวแปรเพื่อวิเคราะห์เศรษฐกิจของโลก  เราขอนำเสนอ เครื่องคิดเลขที่ไม่ธรรมดาเพื่อคุณ

Scientific Calculators อย่างเทพ รุ่นถ่านสี่ก้อน พิมพ์นิยม

 

 ถ้าเอาเข้าห้องสอบ บางวิชาเค้าไม่ให้ใช้นะ หรือ ให้ใช้แต่อาจจะโดนกดรีเซ็ต

เหมาะคนที่ต้องการคู่คิดทางคณิตศาสตร์สำหรับมันคิดได้แทบทุกอย่าง แทบทุกสมการ ขอเพียงคุณเข้าใจในสิ่งที่คุณต้องการ อ่านคู่มือ และอินพุทค่าอย่างถูกต้อง จะไม่ขออธิบายมากมายในส่วนรายละเอียดเพราะเยอะมากมาย เอาเป็นว่าเรียนจบแล้วบางทียังใช้ไม่ครบความสามารถมันเลย

ส่วนตัวปกติแล้วไม่ได้ใช้อะไรที่ไฮโซขนาดนั้นเพราะวิชาที่เีรียนก็แค่ระดับวิทยาศาสตร์ ปริญญาตรี สมการพื้นๆทั่วๆไป จึงใช้แค่เจ้านี่ (ดูสภาพก็น่าจะรู้แล้วว่าใช้งานเยอะจริงๆ)

 

 มีสำรองอีกเครื่องคือ รุ่นพิมพ์นิยมโคตรๆ

ดูสภาพแล้วก็รู้แล้วว่าชอบใช้อันไหนมากกว่ากันใช่ไหมล่ะ 

 

 การเลือกซื้อเครื่องคิดเลข

ไหนๆ ก็เล่าเรื่องเครื่องคิดเลขมาพอสมควรแล้ว เลยอยากจะขอนำเสนอวิธีการเลือกเครื่องคิดเลขแบบสั้นๆง่ายๆว่า เลือกเครื่องคิดเลขให้เหมาะสมกับงานที่เราใช้ ดีที่สุดนะจ๊ะ

สุดท้ายนี้ขอสรุปไว้สักเล็กน้อยว่า เครื่องคิดเลขก็คือเครื่องคิดเลขมันมีหน้าที่ช่วยเราคิด ไม่ได้ให้มันมาคิดแทนเรา อะไรที่มันทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเราจะทำไม่ได้ 

 

อ้อ ใช้เครื่องคิดเลขเป็นก็เพื่อลดจำนวนกระดาษทดทำให้ลดโลกร้อนได้นะ(เข้ากับสมัยนี้เป๊ะ)

 ขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่านจนจบนะ อ้อแล้วพวกคุณล่ะ ใช้รุ่นไหนกันเอ่ย

 

 

edit @ 11 Oct 2008 21:39:37 by แววแว่ว

edit @ 11 Oct 2008 21:50:51 by แววแว่ว

edit @ 11 Oct 2008 21:53:29 by แววแว่ว